CGI-CTI-WEEKLY-20260824-HLT  ·  VER 1.0  ·  TLP:CLEAR

รายงานการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคสาธารณสุขและการแพทย์ ประจำสัปดาห์

Healthcare & Medical Sector Weekly Report

ห้วงเวลา: 17-23 สิงหาคม 2569

TLP:CLEAR
HIGH RISK (ความเสี่ยงระดับสูง) ตรวจพบการโจมตีห่วงโซ่อุปทานบนระบบคลังรหัสของนักพัฒนา ปฏิบัติการแคมเปญฟิชชิงเจาะเซสชันระบบคลาวด์องค์กร และช่องโหว่ความปลอดภัยกล้องวงจรปิดเชิงกายภาพในสัปดาห์นี้

ภาพรวมประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้ภัยคุกคามในภาคสาธารณสุขและการแพทย์มีความเสี่ยงสำคัญในหลายจุด โดยส่วนแรกคือการยกระดับของแรนซัมแวร์ Medusa ซึ่งมุ่งเป้าหมายเจาะซอฟต์แวร์ภายนอกของโรงพยาบาลและสาธารณูปโภค ในขณะเดียวกัน ระบบความปลอดภัยของกล้องวงจรปิดในสถานพยาบาลยังมีความเสี่ยงจากปฏิบัติการ CameraSwarm ที่เข้าเจาะบายพาสสิทธิ์ระบบ Dahua นอกจากนี้ บริการธุรกรรมชำระเงินและระบบธุรการคลาวด์องค์กรการแพทย์ยังเผชิญความท้าทายจากมัลแวร์แอนดรอยด์ ToxicPanda 2.0 และแคมเปญฟิชชิง Mirage2FA เพื่อสวมรอยโทเค็นเซสชัน

เหตุการณ์เด่นประจำสัปดาห์

แรนซัมแวร์ Medusa ยกระดับการเจาะระบบเป้าหมายอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงหลังเผยแพร่ช่องโหว่ซอฟต์แวร์

เผยแพร่: 19 สิงหาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: SafeBreach  ·  Admiralty B2

หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัย CISA, FBI และกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ร่วมปรับปรุงประกาศเตือนภัยคุกคามแรนซัมแวร์ Medusa ที่มุ่งเป้าหมายภาคส่วนสาธารณสุขและโครงสร้างพื้นฐาน โดยผู้พัฒนาแรนซัมแวร์ได้ใช้วิธีซื้อสิทธิ์เข้าถึงเบื้องต้นและเจาะระบบผ่านช่องโหว่ซอฟต์แวร์หลังบ้านภายในเวลา 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ กลุ่มผู้โจมตีดำเนินการเรียกค่าไถ่แบบสองชั้นและสามชั้นรวมถึงการขู่เผยแพร่เวชระเบียนข้อมูลผู้ป่วยบนดาร์กเว็บ

ผลกระทบต่อประเทศไทย

likely (มีความเป็นไปได้สูง) - แม้ยังไม่มีรายงานการโจมตีโรงพยาบาลในไทยจากกลุ่มนี้โดยตรง แต่เนื่องจากระบบไอทีสาธารณสุขของไทยมักใช้บริการซอฟต์แวร์เว็บบัญชีหลังบ้านเชื่อมต่อเครือข่าย การไม่ปรับปรุงแพตช์ระบบความปลอดภัยจึงสร้างความเสี่ยงสูงต่อการตกเป็นเป้าโจมตี

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์แบบเจาะจงจุดอ่อนสะท้อนถึงการเติบโตของขบวนการ RaaS ที่มุ่งสร้างความเสียหายต่อบริการสาธารณะเพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินค่าไถ่

ยุทธการ: กระบวนการเจาะระบบเน้นการฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่ที่เปิดเผยสดใหม่เช่น ScreenConnect และ Fortinet EMS เพื่อติดตั้งมัลแวร์ Nezha และ Mimikatz สำหรับควบคุมระบบส่วนกลาง

ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ในสถานพยาบาลต้องเร่งอัปเดตแพตช์ช่องโหว่ซอฟต์แวร์ภายนอกโดยด่วน และตั้งค่าการคัดกรองทราฟฟิกพอร์ตเชื่อมต่อที่แปลกแยกออกจากเครือข่ายหลัก

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ภาคสาธารณสุขและการแพทย์ บริการสาธารณูปโภค และระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กร

MITRE ATT&CK
T1190 Exploit Public-Facing Application T1552.001 Credentials from Web Browsers T1486 Data Encrypted for Impact T1567.004 Exfiltration Over Webhook T1562.001 Impair Defenses: Disable or Modify Tools
IOC ที่สำคัญ
83.138.53[.]139 erp.ranasons[.]com

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

แคมเปญฟิชชิง Mirage2FA เจาะระบบขโมยเซสชัน Microsoft 365 และข้ามการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย

เผยแพร่: 18 สิงหาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: Any.run  ·  Admiralty B2

ตรวจพบแคมเปญบริการเครื่องมือฟิชชิงสำเร็จรูป Mirage2FA มุ่งเป้าหมายเจาะบัญชีบริการระบบคลาวด์ Microsoft 365 ขององค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเครื่องมือนี้ใช้วิธีโจมตีแบบ Adversary-in-the-Middle (AiTM) ผ่านช่องทางสื่อสาร WebSocket เพื่อขโมยข้อมูลรหัสผ่านและเซสชันคุกกี้ที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์แล้ว ทั้งนี้ ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้คุกกี้ดังกล่าวเข้าสวมรอยระบบได้โดยตรงโดยข้ามผ่านการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA) ทั้งหมด

ผลกระทบต่อประเทศไทย

likely (มีความเป็นไปได้สูง) - ระบบโรงพยาบาลและคลินิกการรักษาในไทยนิยมใช้งาน Microsoft 365 สำหรับธุรการและการประสานงานภายใน แคมเปญนี้จึงอาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลประวัติการรักษาผู้ป่วยหากบุคลากรการแพทย์ตกเป็นเหยื่อ

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: การเกิดขึ้นของบริการฟิชชิงเจาะเซสชันสำเร็จรูปสะท้อนถึงการค้าเครื่องมือไซเบอร์ที่ช่วยให้ผู้โจมตีระดับล่างสามารถเอาชนะระบบป้องกันระดับองค์กรได้ง่ายขึ้น

ยุทธการ: กระบวนการโจมตีอาศัยการส่งไฟล์แนบอันตรายจำพวกไฟล์ HTML เพื่อหลอกให้ผู้ใช้กรอกรหัสและส่งต่อข้อมูลเซสชันกลับไปยังแผงควบคุมหลักของผู้โจมตี

ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบเครือข่ายทางการแพทย์ควรจำกัดอายุการใช้งานระบบล็อกอินและบังคับให้ผู้ใช้ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานผ่านฮาร์ดแวร์คีย์หรือโทเค็นที่ไม่สามารถปลอมแปลงคุกกี้เซสชันได้

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ระบบจัดการเอกสารธุรการการแพทย์ ระบบประวัติผู้ป่วย และระบบคลาวด์ติดต่อประสานงานองค์กร

MITRE ATT&CK
T1566 Phishing T1539 Steal Web Session Cookie T1078 Valid Accounts T1105 Non-Standard Port
IOC ที่สำคัญ
adp.pslcertlive[.]site ans.rsxbenefits[.]com

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ปฏิบัติการ CameraSwarm เจาะระบบควบคุมและรีเซ็ตรหัสผ่านกล้องวงจรปิด Dahua กว่าหมื่นเครื่องผ่านระบบ P2P

เผยแพร่: 20 สิงหาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: Hunt.io  ·  Admiralty B2

บริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ Hunt.io ค้นพบปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์แบบสแกนระบบครั้งใหญ่ชื่อ CameraSwarm ซึ่งแฝงตัวควบคุมกล้องวงจรปิดยี่ห้อ Dahua ไปแล้วกว่า 14,500 เครื่อง โดยผู้ไม่หวังดีใช้ช่องโหว่บายพาสสิทธิ์เก่าประกอบกับการใช้ประโยชน์จากโปรโตคอล P2P เพื่อสืบค้นรหัสผ่านและสร้างชุดรหัสกู้คืนแอดมินแบบออฟไลน์ ทั้งนี้ กลุ่มผู้โจมตีมุ่งเน้นการฝังประตูหลัง (Backdoor) และใช้ระบบตรวจขโมยข้อมูล SalatStealer ควบคู่กับการสกัดกั้นโปรแกรมสแกนความปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์คอมโพเนนต์

ผลกระทบต่อประเทศไทย

likely (มีความเป็นไปได้สูง) - เนื่องจากกล้องวงจรปิดอัจฉริยะแบรนด์ดังกล่าวถูกติดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยในโรงพยาบาลและหอผู้ป่วยวิกฤตของไทยอย่างหนาแน่น ช่องโหว่นี้จึงคุกคามความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยตามข้อกำหนดทางกฎหมาย PDPA ของไทยโดยตรง

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: การใช้โปรโตคอลคลาวด์รีเลย์และการบายพาสอุปกรณ์เครือข่ายช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเจาะผ่านระบบไฟร์วอลล์เพื่อสถาปนาสิทธิ์ควบคุมทางกายภาพในวงกว้าง

ยุทธการ: ผู้โจมตีผสมผสานเครื่องมือสแกนหาเลขรหัสประจำกล้องอัตโนมัติเข้ากับชุดคำสั่งสร้างรหัสกู้คืนโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบลงทะเบียนเดิมในการระบุสิทธิ์แอดมิน

ยุทธวิธี: เจ้าหน้าที่ดูแลระบบของโรงพยาบาลต้องปิดการตั้งค่า P2P บนกล้องวงจรปิดหากไม่มีความจำเป็นและเร่งอัปเดตแพตช์เวอร์ชันเฟิร์มแวร์เพื่อยกเลิกการสร้างรหัสกู้คืนออฟไลน์

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ระบบรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ กล้องวงจรปิดในสถานพยาบาล และระบบเครือข่ายไอโอที (IoT)

MITRE ATT&CK
T1595.001 Active Scanning: Scanning IP Blocks T1190 Exploit Public-Facing Application T1210 Exploitation of Remote Services T1113 Screen Capture T1562.001 Impair Defenses: Disable or Modify Tools
IOC ที่สำคัญ
154.86.119[.]60 easy4ipcloud[.]com

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

มัลแวร์แอนดรอยด์รุ่น ToxicPanda 2.0 ยกระดับคำสั่งควบคุมผ่าน Wireless Debugging เพื่อขโมยรหัสผ่านระบบธุรกรรม

เผยแพร่: 19 สิงหาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: Zimperium  ·  Admiralty B2

ตรวจพบโทรจันการเงินบนมือถือแอนดรอยด์เวอร์ชัน ToxicPanda 2.0 ซึ่งขยายขอบเขตการโจมตีไปยังผู้ใช้กลุ่มการเงินทั่วโลก โดยมัลแวร์ชนิดนี้จะเปิดโหมด Wireless Debugging และจับคู่อุปกรณ์เพื่อเข้าถึงสิทธิ์เชลล์ระยะไกล ทั้งนี้ กระบวนการจะช่วยให้ข้ามการแจ้งเตือนสิทธิ์ความปลอดภัยในระบบได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการดักเก็บข้อมูลตำแหน่งการกดหน้าจอธุรกรรมและควบคุมอุปกรณ์เพื่อขโมยข้อมูลรหัสผ่าน PIN ของแอปธุรกรรมการเงิน

ผลกระทบต่อประเทศไทย

likely (มีความเป็นไปได้สูง) - เนื่องจากผู้ป่วยและผู้ใช้บริการทางการแพทย์ของไทยมีการชำระเงินค่ารักษาออนไลน์และรับยาผ่านโมบายแบงกิ้งบนมือถือสูงขึ้น โทรจันนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะดักจับเงินและข้อมูลการโอนค่ารักษาสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: การเปลี่ยนจุดประสงค์การโจมตีมาเข้าควบคุมอุปกรณ์พกพาผ่านระบบนักพัฒนาสะท้อนถึงการหลีกเลี่ยงระบบสแกนไฟล์แอปพลิเคชันปกติไปสู่สิทธิ์การรันระดับลึก

ยุทธการ: ผู้โจมตีนำสิทธิ์ช่วยเหลือการเข้าถึง (Accessibility Services) มาข้ามการตรวจสอบของมนุษย์เพื่ออนุมัติสิทธิ์เชลล์ด้วยตนเองผ่านโปรโตคอลระบบจับคู่ภายใน

ยุทธวิธี: ธนาคารและแอปพลิเคชันรับชำระเงินของสถานพยาบาลควรเพิ่มระบบสแกนสภาพแวดล้อมระบบแอนดรอยด์และระงับบริการทันทีหากตรวจพบการเปิดใช้ Wireless Debugging ในเครื่องผู้ป่วย

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ธุรกรรมออนไลน์ผ่านมือถือ แอปพลิเคชันชำระเงินค่าบริการทางการแพทย์ และระบบปฏิบัติการ Android

MITRE ATT&CK
T1453 Abuse Accessibility Features T1516 Input Injection T1417.002 GUI Input Capture T1660 Phishing T1418 Software Discovery
IOC ที่สำคัญ
hxxps://cctvv2[.]com/panel hxxps://www.v17001[.]com/panel

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ข้อสังเกตประจำสัปดาห์

ข้อเสนอแนะ